วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559

ในเดือนที่ฉันป่วย




ช่วงเดือนมีนาคมสำหรับผมจริงๆแล้วเนี่ย ปกติมันก็เป็นช่วงที่เข้าสู่เดือนที่3ของปีเท่านั้นเอง เป็นช่วงที่กำลังจะปิดเทอม ส่งงาน และสอบไฟนอล แต่ทว่าในปีนี้มันกลับไม่เหมือนทุกๆปีที่ผ่านๆมา

เดือนมีนาปีนี้เป็นเดือนที่ผมไม่สบายในระดับที่ว่าต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลทุกสัปดาห์เลย สำหรับคนอื่นคงอาจจะรู้สึกแปลกๆน่ะนะที่ต้องแวะไปโรงพยาบาลทุกสัปดาห์ เพราะปกติคงไม่มีใครจะไปกันบ่อยๆหรอก แต่สำหรับผมคือมันเป็นอะไรที่ปกติและธรรมดามาก เพราะโณงพยาบาลที่ผมไปมันเป็นที่ๆผมเดินผ่านทุกวันเพื่อจะไปต่อรถกลับบ้าน บางวันก็แวะไปกินข้าว บางวันก็แวะไปธนาคาร หรือแม้กระทั่งซื้อหนังสือมานอนอ่านที่บ้าน ฉะนั้นเนี่ยจะเดินเลยไปหาหมอก็ไม่ใช่อะไรที่ไม่คุ้นเคย เอาเหอะ เข้าเรื่องเลยละกัน


Week 1 เป็นหวัด ไข้ขึ้นสูง
เปิดมาสัปดาห์แรกของเดือนก็เป็นหวัดเลยครับ แถมไข้ขึ้นสูงมากจนลุกจากที่นอนไม่ไหวอีก (โอ้ว พระสงฆ์ นี่มันอะไรกันเนี่ย) ยังโชคดีที่ว่าไม่ได้มีเรียนทุกวันเลยได้นอนพักอยู่บ้าน2-3วัน แต่ไข้ก็ยังสูงอยู่ เลยตัดสินใจไปหาหมอ พอหาหมอเสร็จก็ได้ยามาชุดใหญ่แบบจัดเต็มมากๆครับ เพราะมาครบทั้ง หวัด ไข้ขึ้น ไอ เรียกได้ว่ากินยากันทั้งวัน สุดท้ายไม่ถึงสัปดาห์ ก็หายครับ


Week 2 ปวดหัวตลอดเวลา
หลังจากที่หายหวัดได้ไม่กี่วัน ผมก็ปวดหัวครับ แบบอยู่ดีๆก็ปวดหัวขึ้นมาเฉยๆเลย แล้วปวดหัวมากๆและเป็นทั้งวัน รู้สึกเหมือนโดนบีบหัวตลอดเวลา กินพาราก็ไม่หาย เลยไปหาหมอ (อีกแล้ว) รอบนี้ก็ถามอาการแล้วก็ให้ลองเอานิ้วแตะจมูกตัวเองแล้วแตะนิ้วหมอ, ให้มองตามไฟ, สอบถามอาการต่างๆ เช่นมือสั่นตลอดไหม ฯลฯ คือคุณหมอบอกว่า ถ้าปวดหัวแบบนี้ ไม่เครียดก็เป็นเนื้องอกในสมองเลย (ได้ยินทีแรกก็ตกใจนิดหน่อยครับ) แต่หมอบอกว่าอาการไม่เข้าข่ายก็คงปวดหัวเพราะเครียดนั่นแหละ เลยให้ยามากินและให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองนิดหน่อย แล้วถ้ายาหมดแต่ไม่หายก็ไปหาหมออีก (คือตรงนี้ผมก็ยอมรับแหละครับว่าช่วงนี้เครียดจริงๆกับอะไรหลายๆอย่างที่มันรุมๆเข้ามา)

นี่แค่ครึ่งเดือนแรกก็กินยาเป็นขนมเลยครับ สาเหตุหลักๆก็มาจากการที่ไม่ดูแลตัวเอง กับพักผ่อนน้อยนั่นแหละครับ จริงๆที่เขียนเรื่องนี้ก็เพราะอยากให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน เริ่มที่จะดูแลสุขภาพตัวเองครับ เริ่มง่ายๆเลยจากการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ครบ3มื้อ ส่วนครึ่งเดือนหลังจะเป็นอย่างไรบ้าง รออ่านได้ในตอนต่อไปนะครับ


สุดท้ายนี้ก็ขอฝากเพจของผมด้วยนะครับ เข้าไปอ่านบล๊อกเก่าๆได้ในนี้ครับhttps://www.facebook.com/sunratchasak 


วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2559

[Report] งานแข่ง Bushiroad Bigfest Thailand 2016 **Part 3 : การต่อสู้ครั้งแรกของดราก้อนลอร์ด** (ตอนจบ)


ตอนที่ 1 https://www.facebook.com/sunsuncardshop/photos/a.1481485292074255.1073741828.1478876972335087/1804098029812978/?

ตอนที่ 2
https://www.facebook.com/sunsuncardshop/photos/a.1481485292074255.1073741828.1478876972335087/1804694496419998/?type=3&theater

          สวัสดีครับ วันนี้เราก็มาถึงพาร์ทสุดท้ายแล้ว สำหรับพาร์ทสุดท้ายจากงาน Bushiroad Bigfest Thailand 2016 ซึ่งพาร์ทนี้เราจะพูดถึงงานแข่งบัดดี้ไฟท์กันล้วนๆเลยครับ

          - ย้อนไปในวันก่อนแข่ง(วันที่12) เนื่องจากผมไม่เคยเล่นบัดดี้ไฟท์แบบจริงๆเลย (ก่อนหน้านั้นเคยแค่ซื้อTDมาลองเล่นเพื่อถ่ายคลิป แล้วก็ไม่ได้จับอีกเลย) ซึ่งอยู่ดีๆผมก็เกิดอยากลงแข่งบัดดี้ไฟท์ภาษาไทยครับ อยากแข่งแบบไม่มีเหตุผลซะงั้น (ฟีลลิ่งล้วนๆ) เลยเดินไปซื้อ TD ดันเจี้ยนมากล่องนึง กะว่าจะลงขำๆจนกระทั้งเดินไปเจอ พี่เบลแห่งร้าน CJR เลยได้รับแนะนำว่าไปเปิดแอนเชี่ยนเล่นเลยสิ จะได้เด็คครบๆ เดี๋ยวช่วยจัดให้ (ซึ่งผมก็เชื่อคนง่ายครับ 5555+) ผมเลยเดินมึนๆไปซื้อ EB01 มาอีกรอบ แล้วก็จัดเด็คกันตอนนั้นเลย แต่ก็ไม่ได้เทสอะไร อ่านแค่เอฟเฟคอย่างเดียว เพราะพอจะจำวิธีเล่นได้อยู่

          - ช่วงสมัครแข่ง ผมและแอดมินจากเพจ Vanguard Fight Thailand ที่อีกคน ที่ตกรอบแรกมา ก็มาลงแข่งบัดดี้ไฟท์กันต่อครับ (ส่วนแอดมินที่เหลือคนอื่นเข้ารอบ2กันหมดครับ) ซึ่งงานนี้เป็นงานที่คนมาสมัครแข่งบัดดี้ไฟท์ไทยกันเยอะมากๆครับ เรียกได้ว่าทีมงานต้องเดินนับคนในแถวเลย เพราะรับจำกัดแค่400คนเท่านั้น เรียกได้ว่า ต่อแถวไปลุ้นไปครับว่าจะได้แข่งไหม

          - ช่วงแข่ง ซึ่งการแข่งขันนั้น จะแข่งกันรวมทั้งหมด4ยก และใช้ระบบ Double Eliminate (แพ้ 2 ครั้ง ออกจากการแข่งขัน) ซึ่งช่วยได้มากในเรื่องของการนับเรทติ้งและคัดคนชนะครับ โดยงานนี้เรียกได้ว่า เป็นการลงไปสดในงานจริงๆครับ เพราะเป็นการแข่งครั้งแรกของผมเลย แถมเด็คก็ไม่ได้เทสหรือว่าโมดิฟายเลย ซึ่งเด็คที่ผมใช้นั่นคือ “แอนเชนท์ เวลิด์” ครับ ซึ่งเด็คน้สำหรับผมถทอว่าเล่นง่ายมากครับ เพราะไม่ต้องทำคอมโบอะไรมากมายเลย ขอแค่มีไซส์3ยืนกลาง หรือว่ามังกรร่างแรกลงสนามได้ หลังจากนั้นก็ต่อกันไปยาวๆแล้วครับ เพราะเวลิด์นี้ค่าคอสถือว่าค่อนข้างหนักแต่ก็คุ้มในการจ่าย เพราะนอกจากจ่ายเกจแล้ว เรายังต้องเสียไลฟ์ด้วย แต่ก็ยังมีใบฮีลที่คอยเติมเลือดได้เช่นกัน ซึ่งการแข่งครั้งนี้ เรียกได้ว่าสนุกมากๆครับ ได้เห็นแต่ละคนงัดคอมโบมาใช้กันอย่างเต็มที่ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับงานแข่งครั้งแรกของผมเลยครับ ส่วนสกอร์ก็ชนะ3เกม จากทั้งหมด4เกมครับ

สุดท้ายนี้ก็อยากจะขอขอบคุณทุกๆท่านที่เกี่ยวข้องนะครับ

          - ขอบคุณ ทีมงาน Vanguard Fight Thailand​ ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันตลอด แถมยังนั่งรอผมแข่งจนมืดอีก

          - ขอบคุณ พี่เบลแห่งร้าน CJR Card Shop​ ที่แนะนำเด็คนี้ให้ผมเล่น และยังช่วยจัดเด็คให้เล่นง่ายเหมาะกับมือใหม่อย่างผมอีก

          - CC Project​ งานหน้าถ้ามีโอกาศ เดี๋ยวเรามาไฟต์กันใหม่นะครับ วันนั้นพอดีว่าติดแข่งบัดดี้ไฟท์จริงๆครับ

          - ขอบคุณ Thai Bushiroad Club​ Thai Vanguard Club​ Thai Buddyfight​ ที่จัดงานดีๆแบบนี้ขึ้นมาครับ

ปล. รางวัลแจกคนแข่งบัดดี้ไฟท์งานหน้า ขอบึ้มๆแบบของฝั่งแวนการ์ดเลยนะครับ

แล้วพบกันใหม่ในงานครั้งหน้านะครับ สวัสดีครับ

สุดท้ายนี้ก็ขอฝากเพจของผมด้วยนะครับ
https://www.facebook.com/sunsuncardshop

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559

[Report] งานแข่ง Bushiroad Bigfest Thailand 2016 **Part 2 : หุ่นยนต์ออกรบ**



ตอนแรก
https://www.facebook.com/sunsuncardshop/photos/a.1481485292074255.1073741828.1478876972335087/1804098029812978/?type=3&theater

          สวัสดีครับ วันนี้เราก็มาต่อกันที่ตอนที่2 แล้วนะครับสำหรับรีพอร์ตงานแข่งมักกะสัน โดยตอนที่2นี่ จะเป็นเรื่องของการแข่งแวนไทยในงานครั้งนี้ ครับผม

          - ช่วงเช้าก่อนสมัคร ในงานแข่งครั้งก่อนๆ ทุกครั้งผมจะเดินทางตั้งแต่ช่วงตี3-ตี4ครับ เพื่อออกไปรวมตัวกับทางทีมงาน Vanguard Fight Thailand แล้วนั่งรถไปด้วยกัน ซึ่งเป็นอะไรที่เรียกได้ว่า ตื่นเช้ากว่าไปเรียน หรือว่าตื่นเช้ากว่าไปทำงานอีก! (บางงานนั่งจัดเด็คทั้งคืนไม่ได้นอนครับ รู้ตัวอีกทีตี3 อาบน้ำกินข้าวแล้วออกจากบ้านเลย) แต่ในงานครั้งนี้ ทางผมได้สมัครล่วงหน้าแบบออนไลน์ไว้ เพื่อความเซฟๆว่าได้แข่งแน่นอนชัวร์ๆ หรือเกิดเหตุผิดพลาด ซึ่งพอถึงวันงานก็พลาดจริงๆครับ เพราะว่า “ผมตั้งนาฬิกาปลุกผิดเวลา” ใช่ครับ พลาดแบบไม่น่าพลาดสุดๆ จากที่จะตื่นแต่เช้ามืดกลายเป็นตื่นมาตอน ”6โมงครึ่ง” แต่ด้วยความที่สมัครล่วงหน้าไว้แล้ว จึงถือว่ายังปลอดภัยอยู่ครับ เพราะเวลาเดินทางจากบ้านผมไปมักกะสันประมาณไม่เกิน2ชม. ซึ่งถ้างานนี้ไม่ได้สมัครแบบออนไลน์ไว้บอกได้เลยว่า“พัง”ครับ

          - ช่วงก่อนเริ่มแข่ง เนื่องด้วยสายeที่ผมลงสมัครไว้นั้น เสียค่าสมัครแพงกว่าปกติ คนที่ลงสายนี้จึงเป็นกลุ่มที่เรียกได้ว่า “สายแข็งเกือบทุกคน” เลยครับ จะบอกว่าเป็น “Group of death” ก็ได้ มองๆไปก็เจอทั้งแชมป์จากงานต่างๆ ทั้งเจ้าของร้าน เต็มไปหมด แต่ก็มีเพลย์เยอร์คนอื่นๆที่มาลงสายนี้ด้วยนะครับ เพราะการสมัครล่วงหน้าคือหมายความว่า เราได้แข่งแน่นอน แถวตอนลงทะเบียนยังเดินชิลๆไปยืนยันตัวตนได้เลย ไม่ต้องต่อแถวยาวๆอีก ชิลสุดๆเลยครับ

          - ช่วงแข่ง อย่างที่หลายๆคนทราบกันครับว่า ผมเล่นแต่เด็คหุ่นยนต์ งานนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปเดิมครับนั่นคือเด็ค “โนว่าแกรปเปอร์” นั่นเอง โดยครั้งนี้ก็ได้ใช้เบลาคลูเกอร์ในการลงแข่งครับ ซึ่งผลการแข่งขันนั่นคือ ชนะ1เกม จากทั้งหมด3เกมครับ แต่สิ่งที่ผมได้รับมาคือความสนุกในการแข่งขันจริงๆครับ เรียกได้ว่าเด็คแต่ละคนเด็ดดวงมาก พลาดนิดเดียวไม่ได้เลยจริงๆ ทั้งเด็คมังกร อย่างรีเบริธ ที่มีความสามารถทั้งในการทำลาย และแสตนแวนการ์ดจนตีได้ถึง3รอบ, อิมมอทัล อาชูร่าไกเซอร์ ที่เรียกได้ว่า เชคเจอเกรด3ใบเดียวก็เสียวได้จริงๆครับ การคำนวนมือทำอะไรเขาไม่ได้จริงๆครับ

          - โดยรวมสำหรับงานแข่งในวันนั้น ถือว่าได้รับประสบการณ์ที่ดีจริงๆครับ ได้เจอกับผู้เล่นคนอื่นๆที่เล่นเด็คที่เราไม่เคยเจอ และยังได้เห็นคอมโบแปลกๆที่ไม่ค่อยเห็นอีก

สำหรับตอนต่อไป พบกับการแข่งขันบัดดี้ไฟท์ครั้งแรกของผมนะครับ

To be continued….

สุดท้ายนี้ก็ขอฝากเพจของผมด้วยนะครับ
https://www.facebook.com/sunsuncardshop

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2559

[Report] งานแข่ง Bushiroad Bigfest Thailand 2016 **Part 1 : กิจกรรมในงาน**



           สวัสดีครับวันนี้เรามาพบกันอีกแล้ว กับรีพอร์ตงานแข่งมักกะสันครับผม ซึ่งงานนี้เป็นงานแข่งใหญ่งานแรกของปี2559เลยครับ สำหรับงานนี้ก็มีกิจกรรมใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เล่นด้วย แต่จะมีอะไรกันบ้าง เดี๋ยวจะเล่าในช่วงต่อไปครับ

           - สำหรับงานแข่งใหญ่ในครั้งที่ผ่านๆมาเนี่ย เราต้องรีบตื่นเช้ามากๆๆๆ(บางคนอาจจะไม่ได้นอน) หรือใครที่มาจากจังหวัดอื่นอาจจะต้องมาพักค้างคืนก่อนวันแข่ง แต่ในงานครั้งนี้ ได้มีการรับสมัครแบบใหม่ครับนั่นคือ “การสมัครแข่งขันล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์” นั่นเองครับ ซึ่งราคาค่าสมัครนั่นก็จะแพงกว่าแบบปกตินั่นคือ200บาท ถามว่าคุ้มไหม? ส่วนตัวผมค่าค่อนข้างคุ้มครับถ้าเทียบกับการนั่งแท็กซี่ออกจากบ้านตอนตี4 หรือต้องมาหาที่พักล่วงหน้า เพราะเราสามารถเดินทางไปถึงงานแบบชิลๆได้เลย ขอแค่อย่าเลยกำหนดเวลายืนยันตัวตนก็พอครับ

           - กิจกรรมต่อมา มินิเกมแบบใหม่ที่เรียกว่า G-Quest ครับ ซึ่งผมว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมากๆครับ เพราะเราไม่ต้องไปต่อแถวยาวมากกกกกกกกกกกกกกกๆๆๆๆๆ เพื่อรอเล่นมินิเกมที่ละโต๊ะ แต่เราสามารถเล่นผ่านไลน์ได้เลย ซึ่งทำให้ประหยัดเวลาได้มากเลยครับ แต่สิ่งที่อยากให้ปรับปรุงเรื่องนึงคือ การอะลุ่มอะหล่วยสำหรับคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนครับ เพราะเป็นเควสที่ต้องช่วยกันทำเนื่องจากต้องหายืมการ์ดจากคนอื่นๆมาใช้เพื่อปลดล๊อกเงื่อนไข เช่น อาจจะขอดูไลน์ของคนเดียวจากทั้งกลุ่มที่รวบรวมการ์ดมาทำเควสครับ จากเดิมที่ขอดูแบบตัวต่อตัว (ในส่วนของกิจกรรมวันแรกที่มีการยึดการ์ดไป ตอนนี้ทางเพจหลักก็ได้แจ้งให้คนที่โดนยึดการ์ดไป สามารถติดต่อ Thai Vanguard Club เพื่อขอรับการ์ดที่โดนยึดคืนได้นะครับ)

           - ในส่วนของสินค้าที่เป็นที่ฮือฮาอย่างมากนั่นคือ แวนการ์ดชุด EB10 ซึ่งใครที่ไม่ได้อยู่ในงานอาจจะไม่เชื่อว่าสินค้าหมดเร็วขนาดนั้นเชียวเหรอ? ผมขอยืนยันว่า จริงครับ ของหมดตั้งแต่ยังไม่9โมงครับ เพราะตอนของมานี่ พรึ่บเดียวครับ วูบเดียวเกลี้ยงทั้งโต๊ะ พลังแห่งเบอร์มิวด้าช่างน่ากลัวจริงๆครับ และนอกจากนี้ยังมีสินค้าใหม่ของบัดดี้ไฟท์อย่าง TD ของคาตานะ และ ดันเจี้ยนเวลิด์ ด้วยครับ รวมไปถึง EB01 ที่เปิดตัวแอนเชนท์เวลิด์สุดแข็งแกร่งด้วยครับ (ยิ่งตายยิ่งโหดจริงๆเด็คนี้ ผมลองมาแล้ว)

           - โดยรวมกิจกรรมต่างๆ ถือว่าทำได้ดีขึ้นมากๆเลยครับ ถ้างานหน้ายังสามารถใช้ระบบนี้อยู่ ผมว่าจะเป็นอะไรที่อำนวยความสะดวกแก่คนที่มาร่วมงานได้อย่างมากเลยครับ

ตอนต่อไป พบกับการแข่งขันแวนการ์ด และการลงแข่งบัดดี้ไฟท์ครั้งแรกของผมนะครับ

To be continued….

สุดท้ายนี้ก็ขอฝากเพจของผมด้วยนะครับ
https://www.facebook.com/sunsuncardshop

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Crimson Peak เว่อร์วังอลังการกับปราสาทสีเลือด





Crinsom Peak เนื้อเรื่องดูสบายๆครับเหมือนดูละครหลังข่าวนั่นแหละ อีดิธรักกับโธมัสเลยแต่งงานกัน ทั้งๆที่เพื่อนนางก็แอบรักนางมานาน (พะรอง friend zone นั่นเอง) นางจึงย้ายไปอยู่กับพระเอกที่อังกฤษซึ่งเป็นบ้านเกิดโธมัส โดยที่ปราสาทที่เป็นบ้านโธมัสนั้น อยู่ห่างไกลจากผู้คน แถมยังทรุดโทรมเพราะไม่มีเงินและไม่มีคนดูแลอีก แต่เมื่อได้เข้าไปอยู่ในปรสาทนั้นก็เกิดเรื่องลึกลับขึ้น.... 
คือในหนังเนี่ย ทุกๆอย่างมันจะค่อยๆเฉลยทุกอย่างออกมาทีละนิดๆ ไม่ได้เดินเรื่องเร็วจนตามไม่ทันครับ ดูได้เพลินๆไม่น่าเบื่อ 


ส่วนที่บอกว่าเหมือนดูละครหลังข่าวเนี่ย คือมันเหมือนจริงๆนะ เพราะตัวละครแต่ละตัวแค่ดูก็รู้ทันทีว่าใครตัวดี ใครตัวร้าย บุคลิกมันบอกมากๆจากการแสดงและเครื่องแต่งกาย นอกจากนี้แต่ละคน เล่นกันใหญ่มาก มาทั้งสายตา ท่าทาง (อารมณ์ประมาณน้ำตามกามเทพ) เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมและฉากต่างๆในหนังเรื่องนี้ บอกได้เลยว่านี่ จัดเต็มมากๆครับ คุ้มค่าแน่นอน 


สำหรับใครที่อยากดูหนังแบบที่ดูเพลินๆ ดูง่ายๆ ไม่ต้องคิดตามเยอะแยะ ผมแนะนำเรื่องนี้เลยครับ มันดูเพลินจริงๆ ตุ้มค่าตั๋วแน่นอนครับ

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

บันทึกงานแข่งแวนการ์ด 11/10/58 Part 2



**เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องของผมเอง ไม่ได้มีการวิเคราะห์เกมการแข่งใดๆทั้งสิ้น**

แต่ว่าก่อนจะเริ่มแข่งนั้น จัดด์ก็จะเดินตรวจสลีฟตามโต๊ะครับ ซึ่งทางผมนั้นก็ใช้สลีฟอื่นที่ไม่ใช่ของบูชิโร้ดครับ (อันนี้ผมพลาดเองที่ไม่ได้อ่านกติกาอย่างถี่ถ้วนครับ) จัดด์จึงแจ้งว่าให้ทำการเปลี่ยนสลีฟที่ใช้ ซึ้งเอาตรงๆคือผทขี้เกียจเปลี่ยนครับ เพราะเสียเวลามากๆ 5555 ผมจึงเลือกทีจะเปลี่ยนเด็คแทน เพราะผมจัดไป2เด็คครับ แล้วอีกเด็คนึงก็ใช้ลายแวนการ์ดพอดีด้วย

จากที่ตอนแรกตั้งใจจะใช้ไดเมนชั่น โพลิศ สายเกรทไดไคเซอร์ (บอกไว้ก่อนเลย เผื่อมีคนอยากรู้) ผมก็เปลี่ยนมาเป็นโนวา  เกรปเปอร์ สายเอธธิคซ์ บัสเตอร์ รีเวิร์ส แทน ซึ่งทางผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรที่เปลี่ยนเด็คครับเพราะฟูลอยู่พอสมควร แต่แค่เพิ่งจัดแล้วยังไม่ได้เทสเท่านั้นเอง orz

เด็คที่ผมใช้นี้ จุดเด่นคือในตอนที่เบรกไรด์ สามารถใช้สกิลของเบรกไรด์ผสมกับรีเวิร์สเพื่อให้เกิดคอมโบตี8ทีครับ 

สเต็ปการเล่นคือ 1.เรียตี 2.เรียอีกข้างตี 3.แวนตีแล้วเรียลุก2ตัวรวมถึงลุกตัวเอง 4.เรียตี 5.เรียอีกตัวตี 6.แวนตีแล้วเรียลุก 7.เรียตี 8.เรียอีกตัวตี 

เทรินนี้ถือว่าวัดใจมากครับ เพราะนอกจากต้องCB2แล้ว เราต้องล๊อกบนสนามเรา2ตัวและทิ้งสัตว์เทวะบนมืออีก2ใบ ซึ่งถ้ามือไม่หมด ก็เกือบหมดละครับจังหวะนี้ ซึ่งถ้าทำให้อีกฝ่ายมือหมดหรือแพ้ไม่ได้ โอกาสที่เราจะตายเองสูงมากๆครับ (ในงานนี้ผมสแตนแวนแล้วไดร์ฟบอด4ใบรวด โดนสวนมากตายสนิทครับ) ในงานแข่งครั้งนี้ผมได้เจอชาโดว์พาลาดิน 2 ครั้ง และ คาเงโร่ 1 ครั้งครับ

หลังจากแข่งขันรอบแรกเสร็จก็ได้มีการแจกรางวัลหรับคนที่ตกรอบแรกครับ (คนที่ไม่ได้ชนะรวด3เกม) ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยครับ 55555 รางวัลก็จะมีให้เพิ่มตามจำนวนครั้งที่ชนะครับ โดยในรับรางวัลนั้น ก็ได้มีโต๊ะแยกไปของแต่ละสาย ไม่ต้องมาต่อแถวยาวๆเหมือนครั้งก่อนๆครับ หลังจากที่รับรางวัลแล้ว ทางผมก็ได้ออกมาเลยครับ ไม่ได้อยู่ต่อเนื่องจากต้องไปธุระต่อครับ 

สำหรับใครที่อยากมาลงแข่งบ้าง สิ่งที่อยากให้เตรียมมาคือ เด็คและสลีฟที่ทางงานกำหนดไว้ครับ รวมถึงจะต้องมาถึงให้เช้าๆครับ แค่นี้ก็มีโอกาสได้ลงแข่งแล้วครับผม


ปล. วันนั้นได้เจอแอดมินหลายๆเพจเลยครับ งานหน้ามาพบกันใหม่นะครับผม

สุดท้ายนี้ก็ขอฝากเพจของผมด้วยนะครับ

https://www.facebook.com/sunsuncardshop

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2558

บันทึกงานแข่งแวนการ์ด 11/10/58 Part 1


**เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องของผมเอง ไม่ได้มีการวิเคราะห์เกมการแข่งใดๆทั้งสิ้น**

เมื่อวันที่ 11 ตุลาที่ผ่านมา ที่แอร์พอร์ตลิงค์ มักกะสันได้จัดงานแข่งแวนการ์ดภาษาไทยที่เรียกได้ว่า เป็นงานใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะเป็นงานที่รองรับผู้เล่นถึง 1088 คนเลยทีเดียว (เยอะมากๆ) แต่ว่าก็ยังคงนิ่งนอนใจไม่ได้ว่าคนสมัครจะไม่เต็ม ฉะนั้นผมจึงคิดว่าออกเช้าๆเหมือนเดิมดีกว่า

เมื่อถึงวันแข่งผมจึงตื่นประมาณเกือบๆตี5 เพื่อที่จะเผื่อเวลาในการเดินทางและเพื่อความชัวร์ที่จะได้ลงแข่ง หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ผมจึงเริ่มออกเดินทาง (ผมอยู่ในกรุงเทพนี่แหละครับ แต่กลัวสมัครไม่ทันเฉยๆ) หลังจากที่ออกเดินทางผมมาถึงที่มักกะสัน ช่วงประมาณเกือบๆ7โมงเช้า และแน่นอนครับ คนมีรอเยอะในระดับหลายร้อยคนแล้ว

ผมจึงเริ่มเดินไปต่อแถวซื้อบัตรคิว (สำหรับท่านที่ไม่เคยมา ในงานแข่งใหญ่ทุกครั้งที่มักกะสัน จะต้องทำการซื้อบัตรคิวก่อน ซึ่งก็คือค่าสมัครครับ แล้วหลังจากนั้นก็ไปรับป้ายคล้องคอครับ) เมื่อได้บัตรคิวแล้ว สต๊าฟในงานจะพาเราไปตามสายที่เราได้บัตรคิวมา ซึ่งผมได้บัตรคิวสายCครับ โดยในงานครั้งนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนครับ จากครั้งก่อนๆที่จะทำการเรียกแบบรันตามสายและเบอร์ โดยมีโต๊ะลงทะเบียนแค่โต๊ะเดียว ทำให้ค่อนข้างล่าช้า งานครั้งนี้จึงมีการปรับเปลี่ยนเป็นตั้งโต๊ะลงทะเบียนแยกตามสายเลยครับ ใครได้บัตรคิวสายไหน เดินไปที่โต๊ะสายนั้นได้เลย

หลังจากที่ลงทะเบียนแข่งเรียบร้อย เราก็จะได้ป้ายคล้องคอและของที่ระลึกกับใบเล่นมินิเกม ผมจึงออกมาทานข้าวเช้าด้านนอกครับ เพราะในงานแข่งทุกครั้ง จะมีร้านค้าตั้งอยู่บริเวณนอกอาคาร ซึ่งไม่ต้องเดินไปไหนไกลเลยครับ มีทั้งข้าว, น้ำ, ของกินเล่น หรือถ้าใครอยากทานกาแฟหรือชา บนสถานีแอร์พอร์ตลิงค์ก็มีขายครับ หลังจากนั้นช่วงสายๆ มินิเกมก็เปิดให้เล่น

ในงานครั้งนี้มีการเช่าสถานที่เพิ่มเติมในชั้น2 ทำให้มีพื้นที่เยอะขึ้น โต๊ะมินิเกมจึงย้ายขึ้นมาชั้น2ครับ บนชั้น2นั้นนอกจากจะมีโต๊ะมินิเกมแล้ว ก็ยังสามารถตั้งโต๊ะสำหรับจัดงานแข่งได้อีกครับ  โดยเมื่อวันที่11ก็มีการจัดแข่ง weiss schwarz กับบัดดี้ไฟต์ภาษาไทยครับ โดยในส่วนของมินิเกม ก็จะมีเกมต่างๆให้เล่นทั้ง บิงโก, จับคู่การ์ด, คว่ำโดนัท และซุ้มสอนเล่นบัดดี้ไฟต์ครับ โดยเราจะต้องเล่นให้ครบเพื่อจะนำใบมินิเกมไปแลกถุงรางวัลในตอนเที่ยงครับ หลังจากที่เล่นมินิเกมเสร็จ ก็ได้เวลาแข่งละครับ

เมื่อถึงเวลาประมาณ11โมงกว่าๆ ก็เริ่มมีการเรียกให้ผู้เข้าแข่งขันมาต่อแถวเพื่อดูว่าแต่ละคนจะได้อยู่ที่โต๊ะหมายเลขอะไร (เราจะรู้แค่เลขโต๊ะนะครับ จะไม่รู้เลยว่าเราจะได้แข่งกับใครจนกว่าจะได้เจอกันที่โต๊ะครับ) หลังจากที่ทุกคนประจำที่แล้ว ก็ได้มีการกล่าวเปิดงานนิดหน่อยก่อนที่เราจะเริ่มแข่งครับ แต่ว่า.....

To be continued…

สุดท้ายนี้ก็ขอฝากเพจของผมด้วยนะครับ
https://www.facebook.com/sunsuncardshop